เกี่ยวกับเรา ภาควิชาการบัญชี
ประวัติภาควิชา
ปี พ.ศ. 2478 วิชาการบัญชีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรปริญญาโททางเศรษฐศาสตร์ และมีหลวงดำริอิศรานุวรรตน์เป็นผู้สอน ในสมัยนั้นการบัญชียังไม่แพร่หลาย ยังมิได้มีการบันทึกบัญชีเป็นกิจจะลักษณะ ผู้มีความรู้ทางบัญชีจริง ๆ มีน้อยมากเพียง 3-4 คนเท่านั้น และหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นผู้มีบทบาทในการก่อตั้ง และพัฒนาวิชาการบัญชี ซึ่งก็คือ หลวงดำริอิศรานุวรรตน์ โดยท่านเป็นผู้ริเริ่มให้มีกฎหมายรับรองการจัดตั้งสภาบัญชีขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมวิชาชีพสอบบัญชี และเพื่อเป็นองค์การให้รัฐบาลในการดำเนินการทดสอบความชำนาญงานทางบัญชี เพื่อออกประกาศนียบัตรวิชาชีพรับรองว่า ผู้นั้นเป็นผู้ที่มีความรู้ทางการบัญชีดีพอ ที่จะเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอิสระได้
แต่เนื่องจากรัฐบาลในสมัยนั้นพิจารณาเห็นว่ายังไม่สมควรที่จะจัดตั้งสภาบัญชี เนื่องจากมีผู้ที่มีความรู้ทางบัญชีน้อยมาก จึงเห็นว่าควรจะส่งเสริมในการให้วิชาความรู้ทางการบัญชี เพื่อให้แพร่หลายดังนั้นหลวงดำริอิศรานุวรรตน์ จึงได้ขอให้รัฐบาลรับนโยบายอนุมัติ ให้มีการศึกษาวิชาการบัญชีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง โดยระยะแรกได้ก่อตั้ง “แผนกวิชาการบัญชี” เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2481 วิชาการบัญชีที่เปิดสอนแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ หลักสูตร 3 ปี และหลักสูตร 5 ปี ผู้ที่สำเร็จการศึกษาปีที่ 3 จะได้รับประกาศนียบัตรทางการบัญชีซึ่งเทียบเท่าปริญญาตรี สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาปีที่ 5 จะได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงทางการบัญชีเทียบเท่าปริญญาโท
ปี พ.ศ. 2492 ได้ยกฐานะจาก “แผนกวิชาการบัญชี” เป็น “คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี” มีการเพิ่มแผนกพาณิชยศาสตร์ ซึ่งมีหลักสูตรการศึกษา 4 ปี สำหรับแผนกการบัญชียังคงจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างเดิม คือ แบ่งเป็นประกาศนียบัตรทางการบัญชี 3 ปี และ 5 ปี
ปี พ.ศ. 2499 ได้ยกเลิกการศึกษาแบบประกาศนียบัตรและจัดหลักสูตรการศึกษาใหม่เป็นแบบปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี ทั้งแผนกการบัญชีและการพาณิชย์
ปี พ.ศ. 2513 ได้เปลี่ยนแปลงหลักสูตรระดับปริญญาตรีจากการศึกษาระบบเดิมมาเป็นการศึกษาระบบหน่วยกิต
ปี พ.ศ. 2518 ได้พัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาตรี ให้สอดคล้องกับการพัฒนาของคณะฯ
ปี พ.ศ. 2533 มีการปรับปรุงหลักสูตร พ.ศ. 2526 จาก “หลักสูตรการบัญชีบัณฑิตและพาณิชยศาสตร์” เป็น หลักสูตร พ.ศ. 2533 “หลักสูตรบัญชีบัณฑิตและบริหารธุรกิจบัณฑิต” และชื่อปริญญาด้านการบัญชี คือ บัญชีบัณฑิต (บช.บ.) ทั้งนี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการสอบคัดเลือกนักศึกษาเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี แยกเป็น 2 สาย คือ สายบัญชี และสายบริหารธุรกิจ
ปี พ.ศ. 2540 มีการปรับปรุงหลักสูตร ฉบับ พ.ศ. 2533 เป็นหลักสูตร ฉบับ พ.ศ. 2540 และในวันที่ 17 เมษายน 2540 ทบวงมหาวิทยาลัยได้ประกาศเรื่องการแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2540 จัดตั้งภาควิชาในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จำนวน 4 ภาควิชา ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ประกาศเรื่องดังกล่าวข้างต้นในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 225 ตอนที่ 32 ง. วันที่ 22 เมษายน 2540 รวม 4 ภาควิชา ดังนี้
1. ภาควิชาการเงินและการธนาคาร
2. ภาควิชาการตลาด
3. ภาควิชาการบัญชี
4. ภาควิชาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ปี พ.ศ. 2543 เปิดเพิ่มสาขาวิชาใหม่ระดับปริญญาโท ดังนี้ ระดับปริญญาโท สาขาวิชาบัญชี (สำหรับอาจารย์ผู้สอนวิชาบัญชีระดับอุดมศึกษา)
ปี พ.ศ. 2546 ปรับปรุงหลักสูตรด้านการบัญชี โดยปรับปรุงโครงการปริญญาโททางการบัญชี โครงการปริญญาโททางวิชาชีพการบัญชี หลักสูตรนานาชาติ และโครงการปริญญาโททางการบัญชี สำหรับอาจารย์ผู้สอนวิชาบัญชีระดับ อุดมศึกษา โดยจัดทำเป็นโครงการใหม่ชื่อว่า “โครงการปริญญาโททางการบัญชี” จัดการเรียนการสอนเป็น 2 ภาษา (Bilingual)
และสืบเนื่องจากมหาวิทยาลัยได้มีบันทึกฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2547 ที่ ศธ 0516.13/4969 เรื่องแนวทางการขยายปริญญาตรีไปศูนย์รังสิตของคณะฯ พร้อมให้คณะฯ กำหนดแผนการใช้พื้นที่ ท่าพระจันทร์ในทางวิชาการ คณะฯ จึงได้วางแผนการใช้พื้นที่ท่าพระจันทร์และหนึ่งในแผนนั้น คือ การเปิดหลักสูตรใหม่ ตรี – โท ระยะเวลาศึกษา 5 ปี – หลักสูตรควบบัญชีบัณฑิตและมหาบัณฑิต (บูรณการ) มีสาขาวิชาการบัญชี 1 สาขาวิชา หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรควบตรี – โท ที่ออกแบบมาเพื่อลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหาวิชาการที่แยกตามสาขาวิชา ทำให้มีระยะเวลาศึกษาปกติตามหลักสูตรประมาณ 5 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความสามารถในการคิดและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยสามารถที่จะพัฒนาการเรียนรู้ต่อเนื่องได้ด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาในระดับปริญญาตรีมีความรู้รอบมีความคิดอ่านเป็นของตนเอง มีวิธีคิดและเครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยให้สามารถปรับตัวเข้าสู่โลกของการทำงานได้อย่างยืดหยุ่น และคล่องตัวในหน้าที่การงานและอุตสาหกรรมต่างๆ ในขณะที่การศึกษาในระดับปริญญาโทมุ่งให้เกิดความรู้สึกในศาสตร์เฉพาะด้านของการจัดการธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมในการออกไปรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่งานเฉพาะด้านในระดับกลาง-สูงในองค์การประเภทต่างๆ ทั้งนี้ หลักสูตรให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนในห้องเรียน ควบคู่ไปกับกิจกรรมการเรียนรู้ภาคปฏิบัติในโลกการทำงานจริงของทั้งภาคธุรกิจ สังคมและชุมชน
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
มุ่งหมายให้นักศึกษาได้เรียนรู้ถึงความสำคัญและบทบาทของการบัญชีในการให้ข้อมูล เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้นักศึกษาได้เรียนรู้ถึงแนวความคิดเกี่ยวกับ การวิเคราะห์และการบันทึกรายการค้า และจัดทำรายงานเพื่อเสนอข้อมูลบัญชี ให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กรนั้น เช่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้ให้สินเชื่อ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจหรือควบคุมกำกับดูแล ดังนั้น การบัญชีจึงเปรียบเสมือนภาษาสากลของโลกธุรกิจ หรือ “Business Language” ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทุกด้านจะต้องเรียนรู้และเข้าใจเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ
คุณสมบัติของนักศึกษาที่เข้าเรียน
– มีความสามารถในการทำงานอย่างเป็นระบบ
– มีความคิดที่เป็นระบบและเป็นเหตุเป็นผล
– มีมนุษย์สัมพันธ์ดี
– มีความสนใจที่จะเรียนรู้และใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร
– มีความสนใจในเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ
– มีความสามารถในการนำเสนอที่ดี
– มีคุณธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
การประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษา
วิชาการบัญชีเป็นวิชาชีพที่ขาดแคลนบุคลากรด้านนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลกรบัญชีที่มีคุณภาพ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาทางการบัญชีสามารถประกอบอาชีพทั้งในภาครัฐและเอกชน เช่น สมุห์บัญชี ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ปรึกษาด้านการบัญชีและวางแผนภาษีอากร หรือด้านการลงทุน หรือประกอบอาชีพอิสระ เช่น การมีสำนักงานรับทำบัญชี และตรวจสอบบัญชี นอกจากนี้ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาทางการบัญชีสามารถโยกย้ายไปรับตำแหน่งในฝ่ายอื่น ๆ ได้เกือบทุกสายงานธุรกิจ เช่น การเงิน การตลาด การบริหารบุคคล การจัดการระบบข้อมูลสารสนเทศ ฯลฯ ดังนั้น ไม่ว่าเป้าหมายระยะยาวของท่านจะเป็นอย่างไร การบัญชีน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับท่าน
ข้อมูลเดิมหลังจาก พ.ศ. 2561
ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบปีที่ 87 คณะฯ ขอแสดงความยินดีกับคณาจารย์ ที่ได้รับรางวัลกีรตยาจารย์ ครูดีเด่น อาจารย์ดีเด่นด้านการสอน นักวิจัยดีเด่น และนักวิจัยรุ่นใหม่ดีเด่น
“Building Research Collaborations with International Academics for Quality Publications” Come and join